4 สิงหาคม 2562 แล้งหนัก! 5 เขื่อนใหญ่ – 23 เขื่อนขนาดกลางโคราชเหลือน้ำใช้เฉลี่ยร้อยละ 25

ที่มา: https://www.posttoday.com/social/local/596738

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าอ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีน้ำฝนไหลเข้าอ่าง 1,037 มิลลิเมตร ทำให้ปริมาตรน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 345.91 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 28.43  โดยเป็นน้ำใช้การได้ 278.43 ลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ 24.58, อ่างเก็บน้ำมูลบน เหลือปริมาตรน้ำ 35.97 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 25.51  เป็นน้ำใช้การได้ 278.43 ลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ 24.58  อ่างเก็บน้ำลำแชะ เหลือปริมาตรน้ำ 71.90 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 26.41 เป็นน้ำใช้การได้ 64.90 ลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 24.21  ,อ่างเก็บน้ำลำนางรอง เหลือปริมาตรน้ำ 24.06 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 19.82  เป็นน้ำใช้การได้ 20.61 ลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ 17.41  และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง เหลือปริมาตรน้ำน้อยสุดแค่ 22.82 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 14.72 เป็นน้ำใช้การได้เพียง 22.10 ลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ 14.32  เท่านั้น ขณะที่น้ำคงเหลือในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 23 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา มีน้ำคงเหลือรวม 349.939 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 28.76  เป็นน้ำใช้การได้ 287.46 ล้าลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 24.90  ทั้งนี้สถานการณ์ภัยแล้งปัจจุบันของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า มี 15 อำเภอ 29 ตำบล 51 หมู่บ้าน ที่เป็นหมู่บ้านเป้าหมายต้องแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา ,คง,โนนสูง,ลำทะเมนชัย,ปักธงชัย,จักราช ,ห้วยแถลง,สูงเนิน,สีคิ้ว ,พิมาย,ประทาย,ครบุรี,หนองบุญมาก,ด่านขุนทด และอำเภอชุมพวง ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคที่มีแหล่งน้ำดิบผลิตประปาได้เกิน 100 วัน ได้แก่ ประปาส่วนภูมิภาคสาขานครราชสีมา ,ปากช่อง,สีคิ้ว,ปักธงชัย,โชคชัย และชุมพวง ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค 3 แห่ง คาดว่าจะประสบปัญหาขาดน้ำดิบผลิตประปา ได้แก่ สาขาพิมาย รับผิดชอบ อำเภอห้วยแถลง และอำเภอคง โดยปริมาณน้ำในลำน้ำมูลลดระดับลง จึงคาดการณ์ว่าจะสูบได้อีกประมาณ 35 วันเท่านั้น ส่วนลำน้ำเค็ม ก็มีระดับต่ำกว่าบ่อชักน้ำดิบ จึงคาดการณ์สูบได้ประมาณ 20 วัน ส่วนอ่างเก็บน้ำหนองตะไก้ก็แห้งหมด ต้องสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหินลาดและสระบนอ่างเก็บน้ำสำรองไปช่วย สามารถใช้น้ำได้ 15 วัน ขณะที่สาขาอำภอคง อ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อแห้งหมด ต้องสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำบ้านหนองแขมของเทศบาลตำบลคง มาช่วย และต้องเจาะบ่อบาดาลเพิ่ม ส่วนที่สาขาด่านขุนทด รับผิดชอบอำเภอด่านขุนทด สามารถสูบน้ำดิบมาใช้ได้โดยตรง เพราะอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน ปริมาณน้ำน้อยมาก ต้องติดตั้งเครื่องสูบทอยน้ำหลังประตูเขื่อนเข้ามาช่วย และประสานโครงการชลประทานนครราชสีมา ทำแบบขุดลอกอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรคอนบน ประมาณ 5 แสนลูกบาศก์เมตร เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอ ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาโนนสูง รับผิดชอบอำเภอโนนสูง จะสูบน้ำดิบจากลำน้ำมูลเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้สูบได้เพียง 10 วันเท่านั้น ต้องสูบน้ำดิบจากสระบิง ตำบลบิง เข้ามาช่วย และประสาน อปท.สูบน้ำจากบึงกลอและสระดอนทราย แหล่งน้ำดิบสำรองเข้ามาช่วย ด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตนครราชสีมา ได้จัดสรรงบประมาณมาเป่าล้างบ่อบาดาลให้11 อำเภอ 22 ตำบล 79 หมู่บ้าน รวม 130 บ่อ ซึ่งเมื่อเป่าล้างเสร็จได้เชื่อมต่อเข้ากับระบบประปาหมู่บ้าน ถังน้ำกลาง และบาดาลหัวโยก ทำให้ประชาชน 8,973 ได้รับประโยชน์ ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย สถานการณ์ฝนแล้ง รวม 6 อำเภอ 28 ตำบล 1 เทศบาลตำบล และ 243 หมู่บ้าน ส่วนการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน “ฝนแล้ง” ได้รับรายงานพืชผลเกษตรเสียหายโดยสิ้นเชิง 2 อำเภอ คืออำเภอครบุรี และอำเภอพะทองคำ ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทุกอำเภอและสำนักงานเกษตรอำเภอ สำรวจความเสียหายตามหลักเกณฑ์จากสถานการณ์ภาวะฝนแล้ง กรณีนาข้าวแห้งตายหรือพืชผลเกษตรเสียหายโดยสิ้นเชิง และให้รายงานเหตุด่วนเพื่อประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินกรณีฝนแล้งตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ เพื่อดำเนินการชดเชยให้กับเกษตรกรตามมาตรการต่างๆโดยเร็ว